Item ที่ได้ไปต่อในปี 2026

ใช้หมดแล้ว ซื้อต่อทำไม มาดูกัน!

#ละมุนีรีวิว สวัสดีปีใหม่เจ้าค่ะ วันนี้ละมุนีรีวิวจะมาแชร์ Item เด็ดที่ใช้หมดตั้งแต่ปี 2025 แต่จะได้ไปต่อกันในปี 2026 เจ้าค่ะ ทุกชิ้นละมุนีเลือกเองใช้เอง ด้วยความคิดที่ว่าของดีไม่จำเป็นต้องแพง จะมีอะไรบ้าง เลื่อนลงมาเลยเจ้าค่ะ

เป็นอีกปีที่ได้ลองโปรดักใหม่ๆ ใช้แล้วชอบจนซื้อใช้ติดต่อกันมาเรื่อยๆ (ยิ่งมีโปรวันเลขเบิ้ลทุกเดือนด้วยแล้ว ยิ่งเติมของเข้าคลังทุกเดือนด้วย) ขณะที่โปรดักเก่าที่เคยใช้ดีตั้งแต่ปีที่แล้วก็มีที่ใช้ต่อในปีนี้ แต่ก็มีบางตัวที่ไม่ได้ไปต่อ ไม่ว่าจะเพราะสภาพผิว สภาพผมละมุนีเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ของที่เคยใช้ดีๆ ก็เริ่มไม่เหมาะกับเราแล้วก็มีเจ้าค่ะ

ในวันนี้ที่ละมุนีเริ่มมีปัญหาผิวประเภทริ้วรอยเล็กๆ และผิวแห้งตามอายุที่เพิ่มขึ้น ผสมกับที่ผมเริ่มร่วงเพราะวัยไม่ใช่แค่เพราะชอบทำเคมีแบบเมื่อปีที่แล้ว ละมุนีก็ได้ลองแล้วคัดสิ่งที่เหมาะสมมารวมไว้ที่ตรงนี้แล้วเจ้าค่ะ

เซรั่มบำรุงหนังศีรษะ AloEx

ละมุนีเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนแชมพูบ่อยมากๆ ชอบลองหลายยี่ห้อ หลายกลิ่น ทรีทเม้นท์ก็เปลี่ยนบ่อย แต่โปรดักผมหนึ่งเดียวที่ใช้ต่อเนื่องไม่เคยเปลี่ยนใจเลยคือ เซรั่มสำหรับผมร่วง AloEx เจ้าค่ะ

ปกติใช้ตัวเซรั่มขวดขาวของนาง สูตร Hair Regrowth Serum เป็นเซรั่มสมุนไพรเนื้อน้ำ น้ำแบบน้ำแท้ๆ ไม่มีความหนืด ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม ฉีดบำรุงไปที่หนังศีรษะ ซึมไวมากกกก นอกจากจะช่วยเรื่องลดร่วงแล้ว นางยังช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะที่โดนเคมีทำร้ายด้วย ช่วงไหนที่ทำสีผมก็คือฉีดเซรั่มตัวนี้อัดไปที่หนังศีรษะ ไอ้หัวที่คัน ที่แสบก็คือเหมือนได้รับการปลอบโยน คาล์มขึ้นมาทันทีเจ้าค่ะ สูตรนี้นางปรับมาจากตำราแพทย์แผนไทยโบราณ โดยสกัดส่วนผสมมาจากสมุนไพรไทยเข้มข้น ด้วยวิธีพิเศษเฉพาะของทางแบรนด์ จะผมร่วง หัวมัน คัน รังแค ก็คือช่วยได้ เริ่ดเจ้าค่ะ

พิกัด : คลิก!

ปีนี้นางก็ออกเซรั่มตัวใหม่มา สูตร Organic Intensive Hair Serum ดูส่วนผสมแล้วอยากถามว่าเอาจริงงงงง ใส่ส่วนผสมมาเยอะมาก ช่วยเรื่องผมร่วงได้ครอบคลุมสุด ครอบคลุมเกินมั้ยไม่รู้ แต่จะร่วงฮอร์โมน ร่วงเครียด ร่วงวัย ร่วงหลังคลอด ร่วงเคมี ร่วงสารพัดร่วงก็คือช่วยได้หมด แถมมีงานวิจัยทางคลินิกรับรองแน่นๆ ด้วยว่าช่วยลดร่วงได้จริง แถมสนับสนุนผมขึ้นใหม่ด้วย แบบนี้ ละมุนีเลยหันมาใช้ตัวใหม่ สลับๆ กับตัวเก่าไปเจ้าค่ะ

พิกัด : คลิก!

Sheet Mask ของ LuLuLun

จะเข้าวงการมาสก์หน้าทุกวัน แต่ไม่อยากให้กระเป๋าสตางค์ฉีก ละมุนีแนะนำชีทมาสก์ฝั่งญี่ปุ่น Lululun เจ้าค่ะ นางมีทั้งแบบแพ็ก 7 แผ่นบรรจุซอง และแพ็ก 28 กับ 30 แผ่นบรรจุกล่อง หารแล้วตกแผ่นละ 10 กว่าบาท (แนะนำซื้อตุนตอนช่วงโปรเลขเบิ้ลนะเจ้าคะ คุ้มสุดอะไรสุด)

นอกจากเรื่องราคาที่คุ้มค่าแล้ว แผ่นชีทมาสก์นาง Lululun ยังนิ่ม ฉ่ำน้ำ ไม่บาดผิว แถมยังรู้สึกใช้แล้วผิวคาล์ม ด้วยความที่นางคร่ำหวอดในวงการชีทมาสก์มานานหลักหลายสิบปี นางก็เลยมีมาสก์หลายสูตรให้เลือกสรรเจ้าค่ะ สูตรที่ละมุนีเลิฟสุดๆ จะมี 3 สูตรตามนี้

  • สูตรสีเหลือง Hydra V อุดมด้วยวิตามินผิว ให้ความกระจ่างใส ผิวไบร์ทสุดๆ
  • สูตรสีแดง Moist สำหรับผิวขาดความชุ่มชื้นพิเศษ เน้นดูแลริ้วรอยเล็กๆ น้อยๆ ที่ผิวหน้า
  • สูตรสีม่วง Hydra Ex สูตรที่มีส่วนผสม Exosome ตัวชีทมาสก์ฉ่ำมาก เป็นอีกสูตรที่เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องริ้วรอยเป็นพิเศษ เสียดายนิดนึงที่สูตรนี้ต้องหิ้วมาจากญี่ปุ่นเท่านั้นเจ้าค่ะ ไทยยังไม่มีขาย

แต่ถึงละมุนีจะชอบ 3 สูตรนี้เป็นพิเศษ แต่สูตรอื่นๆ ของนางก็น่าลองนะเจ้าคะ แนะนำให้เลือกใช้ตามสภาพผิวได้เลย บอกตรงว่าเป็นปีที่คลั่งเรื่องมาสก์หน้ามากๆ พอมาสก์บ่อยๆ แล้วรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่สุดตอนมีคนถามว่า “ไปทำอะไรมา ทำไมหน้าดีขึ้น” ละมุนีก็นึกออกเลยว่าสิ่งที่ทำต่างไปจากปกติคือมาสก์หน้าทุกวัน (ยกเว้นวันที่กลับบ้านดึก งอแงอยากนอน) รู้สึกผิวฉ่ำ เล่นแสงมากๆ อีกหนึ่งสิ่งที่อยากให้ทุกคนได้ลองเจ้าค่ะ

พิกัด : คลิก! , คลิก!

Emulsion คนเป็นสิว D Program

D Program แบรนด์ในเครือชิเซโด (Shiseido) ประเทศญี่ปุ่นเจ้าค่ะ ราคาเต็มหลักพันก็จริง แต่ละมุนีรู้สึกว่าคุ้มค่ามากๆ สำหรับสาวผิวเป็นสิวง่ายอย่างละมุนี โปรดักของนางใช้ Microbiome Science หรือวิทยาศาสตร์จุลินทรีย์ในการแก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ซึ่งละมุนีก็ใช้โปรดักนางมาหลายตัว แต่ตัวที่ซื้อใช้ซ้ำๆ ไม่เคยขาดเลยคือตัวอีมัลชั่นขวดสีเหลือง สูตร Acne Care เจ้าค่ะ

เนื้ออีมัลชั่นนางเป็นฟีลๆ เนื้อน้ำนมที่มีความหนืดนิดหน่อย ช่วยดูแลสมดุลความมันบนผิวหน้าได้ดี ให้ความชุ่มชื้นแบบซึมง่าย นอกจากจะใช้ Yeast Extract Complex จุลินทรีย์ดีในการปรับสมดุลผิวแล้ว ยังมี DP COMPLEX ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวด้วย จัดว่าเป็นสกินแคร์ลูกรักที่สุดจริงๆ ที่เน้นเสริมปราการผิวเน้นๆ เรียกว่าขาดตัวนี้ไม่ได้เลย ใช้แล้วรู้สึกผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้น ผิวแข็งแรง เป็นสกินแคร์ที่อยู่คู่โต๊ะเครื่องแป้งละมุนีมานานกว่า 3 ปีแล้วแน่ๆ เจ้าค่ะ

วิธีใช้ บำรุงผิวหน้าเช้า – เย็น หลังลงน้ำตบ หรือจะลงเป็นขั้นตอนแรกหลังล้างหน้าเสร็จก็ได้ ถึงนางจะเป็นเนื้อน้ำนม แต่ก็ค่อนข้างไหล ซึมง่าย ถ้าใครมีเซรั่มก็ลงหลังตัว D Program นี้เลย และอย่าลืมตบท้ายจบ Skincare Routine ด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ และกันแดด (สำหรับตอนเช้า) เจ้าค่ะ

พิกัด : คลิก!

La Roche-Posay มอยส์แห่งปี

ถ้าพูดถึงมอยส์เจอร์ไรเซอร์แล้ว ละมุนีว่าวินาทีนี้ไม่มีใครแซง La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ ได้เจ้าค่ะ ถึงนางจะเป็นมอยส์ที่ทุกคนแซวว่าทาแล้วหน้าขาวเพราะไม่ซึม แต่ก็ยังซื้อใช้หลอดต่อหลอด ขาดไม่ได้ (จริงๆ ใช้เยอะกว่าที่เห็นในรูปมากๆ แต่เพราะตัดหลอดควักครีมออกมาใช้ เลยทิ้งไปเยอะเลยเจ้าค่ะ)

ถึงจะแซวว่านางไม่ซึมผิว แต่จริงๆ แล้วทิ้งไว้ซักพัก ความขาวของครีมก็ค่อยๆ หายไปนะเจ้าคะ ให้ฟินิชผิวแบบโกลว์ฉ่ำ เป็นมอยส์เคลือบผิวที่ใช้ซีลผิวเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงได้ดีมากๆ ที่สำคัญปลอบประโลมผิวสุดๆ ยิ่งผิวที่เพิ่งทำหัตถการมายิ่งควรใช้ เพราะเนื้อครีมนางเข้มข้น อุดมด้วยสารบำรุงประเภทกักเก็บความชุ่มชื้นแน่นๆ พร้อมส่งเสริมเกราะป้องกันผิว ได้แก่ Panthenol (Vitamin B5), Tribioma (Prebiotic Complex), Madecassoside, Shea Butter และ Glycerin

เป็นสกินแคร์อีกตัวที่ต้องมีติดบ้านเจ้าค่ะ แม้จะมีช่วงที่ลองใช้มอยส์ตัวอื่น แต่ก็ต้องมีนาง B5 ติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เผื่อคิดถึงตลอดเจ้าค่ะ

พิกัด : คลิก!

ครีมกันแดดคุณภาพดี ราคาเป็นมิตร

ครีมกันแดดเป็นอะไรที่สาวเมืองร้อนอย่างเราๆ ต้องใช้ทุกวัน แถมต้องทาปริมาณที่มากพอ ละมุนีจึงมองว่ากันแดดที่เราต้องใช้ทุกวันไม่ควรราคาสูงเจ้าค่ะ

กันแดดผิวหน้าตัวแรกที่ละมุนีชอบใช้คือ KA UV Whitening Soft Cream SPF50+PA++++ กันแดดแบรนด์ไทยที่ละมุนีใช้ติดต่อกันมาหลายปีมากเจ้าค่ะ เนื้อครีมนางนุ่มมาก เกลี่ยดี ไม่ทิ้งคราบ ซึมไว แถมให้ความชุ่มชื้นที่ผิวได้ด้วย แต่งหน้าต่อได้ไม่เป็นคราบ แถมราคาดี หลอดละประมาณ 200 บาทเท่านั้น

ตัวที่สองคือ L’Oreal Paris UV Defender Invisible Resist Daily Sunscreen SPF 50+ PA++++ กันแดดเนื้อฟลูอิด เบาบาง ซึมไว ทาแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบผิวหน้าหน่อยๆ ชุ่มชื้น แต่งหน้าต่อได้ดีมาก ไม่เป็นคราบ ตัวนี้นอกจากจะกันแดดแล้ว นางยังช่วยลดความเสียหายของผิวที่เกิดจาก PM2.5 ได้ด้วย

กันแดดหน้าอีกตัวที่กลับมาชอบใช้ในปีนี้คือ Biore UV Aqua Rich SPF50+ PA++++ เมื่อก่อนคือไม่ชอบกันแดด Biore เลยเพราะแอลกอฮอล์นางค่อนข้างแรง ใช้แล้วซึมไวก็จริงแต่รู้สึกผิวแห้ง แต่เหมือนนางปรับสูตรใหม่ มาลองใช้อีกทีปีนี้กลายเป็นว่าผิวไม่แห้งเหมือนที่เคยใช้ แถมนางมีเทคโนโลยี Aqua Jelly Capsule ทำให้เนื้อครีมแตกตัวเป็นน้ำระหว่างทา ทำให้รู้สึกผิวชุ่มชื้นหลังทาเจ้าค่ะ

สำหรับกันแดดตัว ละมุนีชอบ Derma:B Everyday Sun Block SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อครีมสำหรับผิวแพ้ง่าย ชอบตัวนี้มากเพราะนางทาได้ทั้งหน้าและตัว ไม่คราบ ไม่ขุย ซึมไว แต่ชุ่มชื้น พกไปเที่ยวตัวเดียวจบเจ้าค่ะ

กันแดดทุกตัวสลับกันใช้ตลอดปีคือเหมาะสำหรับ Everyday Use สุดๆ ใช้ได้ทุกวัน จะไปทำงาน ไปเที่ยว จะแต่งหน้าต่อ หรือปล่อยผิวฉ่ำสกินแคร์แบบไร้เมคอัพ ก็ทำได้ทั้งหมดเจ้าค่ะ เอาจริงๆ เลือกสลับกันใช้ขึ้นอยู่กับราคาและโปรโมชั่นช่วงนั้นเลย เพราะทุกตัวให้ฟินิชผิวที่ชุ่มชื้น ไม่ทิ้งขุยทิ้งคราบ แถมราคาน่ารัก

พิกัด KA : คลิก!
พิกัด L’Oréal : คลิก!
พิกัด Biore : คลิก!
พิกัด Derma B : คลิก!

ทุกโปรดักที่ละมุนีคัดมาล้วนเป็นสิ่งที่ใช้เองทั้งหมดตลอดปี 2025 แล้วจะซื้อใช้ต่อในปี 2026 แน่นอนเจ้าค่ะ หากใครสนใจตัวไหน แนะนำรอช้อปโปรวันเลขเบิ้ลคุ้มกว่าเยอะเจ้าค่ะ